HomeBoard IndexIllustrationComics3D&Animation Art Tutorial News ConversationJobMy Thumbnail

ขณะนี้ 09 ก.ย. 2010 21:47

Post new topic Reply to topic  [ 135 posts ]    Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 9  Next
Author Message
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 21:01 
คนพเนจร
Joined: 28 ม.ค. 2007 22:53
Posts: 22
Profile Offline
Quote:
เห็นด้วยที่บอกว่าน่าจะตั้งสมาคมอะไร
ที่ทำให้การทำงานด้านนี้มันมีมาตรฐานราคา
และอื่นๆมากขึ้นแต่มันจะต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง


ผมเห็นด้วยกับสมาคม
เคยถามๆกับกลุ่มเพื่อนเรื่อง"สมาคมนักเขียนการ์ตูนสมัครเล่น"

แต่ไปเปรยๆในบอร์ดที่เล่นประจำ ก้โดนบอกว่าเหมือนหัวรุนแรงไปซะ....
เขาคงมองว่าผมจะยกพวกไปปิดโรงพิมพ์กระมัง Rolling Eyes

แต่ที่อยากให้มันมีเพื่อที่จะได้ มีมาตราฐานราคางาน
หรือเวลาที่จำเป็นจริงๆที่จะสู้กันในเรื่องของกฏหมาย

อย่างวงการพ๊อกเก็ตบุ้ค จะมีข้อตกลงที่แน่นนอนว่า นักเขียนจะได้ 10% จากปก
แต่นักเขียนการ์ตูนไม่มี
วงการภาพประกอบยิ่งไม่ต้องพูดถึง เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาตราฐานอะไรเลยก้ว่าได้

แต่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตั้งชมรมหรือสมาคมอะไรเลย ใครมีก็ช่วยแนะนำทีนะครับ


 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:19 
เสี่ยวเอ้อ
Joined: 20 พ.ย. 2006 04:55
Posts: 4599
Location: สิงอยู่ในบอร์ดมั้ง
Profile Offline
ไอเดียดีๆกันทุกคนเลยครับ อ่านแล้วได้ประสบการณ์มาเพียบเลยครับกระทู้นี้ ?????????

ถ้าไม่อยากให้มันจบลงแต่ในกระทู้นี้ ลองทำ ART Book กันดูมั้ยครับ

ใจความสำคัญของ ART BOOK
1. หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำเพื่อขาย
2. ทุกคนสามารถนำงานมาลงในหนังสือได้

วิธีการหาเงินมาทำหนังสือ
เห็นหลายท่านบ่นว่า ทำงานไม่คุ้มกับเงินที่ได้ ลองมาทำแบบนี้กันดูมั้ยครับ
ให้เราเป็นทั้งคนเขียนภาพ และนายทุนไปในตัว
นั่นหมายความว่า ทุกคนจะต้องตีค่าความสำคัญของภาพที่ตัวเองเขียนออกมาเป็นเงิน
แล้วเอาเงินตรงนั้นแหละมาทำหนังสือ

สมมุติว่า หนังสือมี 200 หน้า
ถ้าทุกคนตีค่าต้นทุนของภาพที่ตัวเองเขียนไว้ที่ 1000 บาท(ค่าสมมุติ)
นั่นหมายความว่า หนังสือนี้จะมีต้นทุน 200,000 บาท

สิ่งที่สำคัญในโครงากรนี้คือความไว้ใจ " ทุกคนจะไว้ใจให้ผมถือเงิน 200,000 บาทนี่เอาไว้มั้ย "
ถ้าได้ นั่นหมายความว่า ปลายปี 2007
จะมีหนังสือ itemStudio2007 ออกมาและให้ทุกคนที่ร่วมลงทุนยลโฉมอย่างแน่นอน
และนี่แหละคือคำที่เราจะประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่า ยังมีคนทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง ด้วยชีวิตและจิตใจ ใช่จะมาข่มเหงกันง่ายๆ


ผมเชื่อว่ามีอีกหลายปัจจัยในการทำหนังสือเล่มนี้ที่ผมไม่ได้เขียนลงไป แต่เพื่อความเข้าใจง่ายจึงขอเขียนไว้แค่นี้
ใครจะเอาด้วยยกมือขึ้น.. ??????????????????
ผมละคนแรก Twisted Evil คิดแล้วหัวใจมันซู่ซ่า (ว่าแล้วหันไปเห็นMogUpพอดี ฮืมมๆๆ Evil or Very Mad )


 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:23 
นักเดินทาง
Joined: 20 ม.ค. 2007 19:02
Posts: 137
Location: Thai
Profile Offline
ถ้าบอกว่าปัญหาหลักคือเรื่องเงิน

1.คือการได้งานจากเมืองนอก connectionต่างประเทศ
แต่ตัวอยู่ไทย อันนี้ก็สามารถเข้าในเกณฑ์ที่บอกมาได้อ่ะนะ
ก็คือเราก็ต้องไปแข่งขันกับ artist ต่างชาติน่ะนะ
เพราะว่าการได้งานมันก็คือการแข่งขันกันนั่นแหละ
ความเป็นไปได้มันมีมากน้อยแค่ไหน
ศักยภาพที่เห็นชัดอย่างหนึ่งที่เรามี
คือราคาเราถูกกว่าในคุณภาพที่โอเค
เพราะค่าครองชีพบ้านเราไม่สูงมากถ้าตัวไม่ได้อยู่นอก
อยู่ไทยก็ถือว่าสบายๆเลย อาจจะไม่ต้องโขกแพง
ทำให้โอกาสได้งานมีมากขึ้น พูดในแง่ของการแข่งขันน่ะนะ
เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก มันเป็นธรรมดาที่จะต้องแข่งขัน
เพราะงั้นเราต้องคิดว่าเรามีศักยภาพอะไรที่จะไปสู้ต่างชาติได้

2.คือการแปรงาน art ไปในรูปอื่นๆที่มันนอกเหนือจากสิ่งที่เป็นอยู่
จะบอกว่าแปรรูปให้มันเป็นสินค้าอย่างอื่นก็ได้ หรืออะไรที่มันเพิ่มมูลค่าให้กับงานและเป็น mass product
แต่จะทำงี้ได้ก็ต้องอาศัยอะไรหลายๆอย่าง

3.ถ้าเป็นกรณีในไทยก็คือการตั้งสมาคมหรืออะไร
ที่ทำให้งานด้านนี้มีมาตรฐานราคาและอื่นๆที่อ้างอิงได้ชัดเจน
ทำให้มาตรฐานราคาของงานด้านนี้มีความแน่นอนมากขึ้น


Last edited by meisan on 06 ก.พ. 2007 00:40, edited 2 times in total

 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:36 
นักเดินทาง
Joined: 16 ม.ค. 2007 02:13
Posts: 178
Profile Offline
วิกมามั่งแล้ว
พออ่านที่เม้นๆกันมา เหมือนทุกคนจะมองเห็นปัญหา ติดที่ว่า เราจะทำอะไรต่อ
เราเองก็จะจบอยู่แล้ว ก็เครียดเหมือนกัน อารมณ์ว่าจะทำไรต่อดีหว่า...

จริงๆอ่านที่สกาลพูดมา มันรู้สึกว่าใช่เลย เพราะเรามองจากในฐานะคนวาดอ่ะ
แต่ถ้ามองหลายๆด้านแบบเจ๊มุ่ยว่าก็เข้าใจนะ
แต่ก็พอเข้าใจอีกนิดว่า ทำไมต้องมาพูดปลุกระดม (ก๊าก ปลุกระดม)
เพราะพูดตรงๆเราก็อยากรวยเหมือนกัน อ่า---

เราจะบอกให้ว่าเราเคยเจออะไรมั่ง ที่แบบเจ็บใจ
(ขอลบตรงนี้นะคะเพราะพาดพิงที่อื่น ถ้ากะทู้นี้อยู่ใน item เราคงจะไม่ลบแต่ ตอนนี้มันไปถึง พันทิพย์ ขอลบแล้วกันนะคะ)

ส่วนตอนนี้เราเห็นว่าโครงการนี้มีปัญหายังไง
- จะมีใครกล้าเสี่ยงขนาดออกจากที่มั่นมาลงแรงด้วยไหม พวกจบใหม่ๆอาจจะกล้า แต่คนที่มีรากฐานอยู่แล้ว บอกตรงๆถ้าเป็นเรา (ถ้าเรามีที่ทำงานอยู่แล้วอ่ะนะ) เราอาจจะไม่กล้า เราอาจจะลองดูพวกคุณไปก่อน ถ้าน่าสนใจ มีคุณค่าพอที่จะเสี่ยงอะไรแบบนั้น จะบอกว่า นี่ไม่ใช่การเสี่ยง เราก็คงไม่เชื่ออยู่ดี อารมณ์ว่า ขอตูดูก่อน นะ
- ยังมีคนที่ยอมทำในรายได้ที่ต่ำกว่า
- แน่ใจเหรอว่า พวกเรามีฝีมือจริงๆ อันนี้อาจจะดูถูกตัวเองนิดหน่อย แต่คิดว่า อย่าดูแต่ในประเทศเรา เรากำลังคิดทำการใหญ่รึเปล่าวะ...
- ผู้บริโภคอยู่ไหน
- ขายอะไร เอาเงินที่ไหนมาจ่าย (ในประเทศไทยพูดยากอ่ะ หรือจะบอกว่า อย่าทำแต่ในประเทศก็ฟังดูดีนะ)

เขียนแต่ปัญหา ไม่ได้มีแนวทางแก้ไขเหมือนกัน แย่จริงๆ

แต่ถามว่า อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้มั้ย
ตอบว่า อยาก

ถามว่า กล้าเสี่ยงไหม...
ตอบว่า ไรดีวะ แต่ตูใกล้จบแล้วนี่นา เสี่ยงเลยดีไหม สุดท้าย คงต้องตอบว่า ขอดูก่อน อีกแล้ว....เซ็ง
(นี่เขียนแบบซื่อสัตย์สุดๆ)


Last edited by vic on 07 ก.พ. 2007 23:50, edited 1 time in total

 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:38 
คนพเนจร
Joined: 28 ม.ค. 2007 22:53
Posts: 22
Profile Offline
ของคุณไอเทม ผมเห็นปัญหานิดหนึ่งครับ

ถ้าจะครองชีพจริงๆในระยะยาว อาร์ทบุ้คจะเป็นหลักประกันไหวไหมครับ?

สอบถามนะครับเพราะผมไม่มีความรู้ด้านอิลัสมากนัก Confused


 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:46 
นักเดินทาง
Joined: 16 ม.ค. 2007 02:13
Posts: 178
Profile Offline
item wrote:
ไอเดียดีๆกันทุกคนเลยครับ อ่านแล้วได้ประสบการณ์มาเพียบเลยครับกระทู้นี้ ?????????

ถ้าไม่อยากให้มันจบลงแต่ในกระทู้นี้ ลองทำ ART Book กันดูมั้ยครับ

ใจความสำคัญของ ART BOOK
1. หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำเพื่อขาย
2. ทุกคนสามารถนำงานมาลงในหนังสือได้


ที่พี่ไอเท่ม พูดมาน่าสนใจมากเลยค่ะ
อยากให้มีหนังสือแบบนี้ออกมาจริงๆเหมือนเคยพูดแบบนี้ไปแล้วตั้งแต่ตอน Item cup แต่ตอนนั้นก็ดันไม่ได้วาดรูปร่วมส่งมากับ Itemcup จนได้ ถ้าเล่มนี้จะมีออกมาจริงๆก็ยินดีให้ความร่วมมือนะคะ

แต่ตอนนี้ เราคิดว่า
-การแจกฟรี จะทำให้เราวัดคุณค่าของเราได้จริงหรือ อารมณ์ว่า คนไทยชอบของฟรีมากกว่า
เคยมีคนตำหนิการตั้งราคาของที่เราขายด้วยนะคะ ว่า เราเห็นคุณค่าของงานตัวเองแค่นี้เหรอ
แต่ถ้าการแจกฟรีมันต่อยอดได้ก็ไม่เลว หรือถ้ามันวัดอะไรได้ต่อจากการแจกก็ไม่เลว
หรือว่าคำที่พูดว่า "หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำเพื่อขาย" หมายถึงการขายในราคาไม่แพงมากแบบไม่เอากำไรมาก อันนี้พอฟังขึ้นสุดแล้ว

เราไม่อยากให้โครงการดีๆที่เกิดขึ้นมา แต่ก็ผ่านไปแบบวัดอะไรไม่ได้
เหมือน ส่งประกวด วาดรูป ชนะทุกปี ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น อะไรแบบเนี้ย


 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:56 
คนพเนจร
Joined: 28 ม.ค. 2007 22:53
Posts: 22
Profile Offline
เอ้อนึกขึ้นได้

เป็นไปได้ไหมถ้าจะทำแบบนิตยสาร a day

รวมหุ้นจากบุคคลทั่วไป?...

ตั้งเป็นปุจฉานะครับ


 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 22:58 
เสี่ยวเอ้อ
Joined: 20 พ.ย. 2006 04:55
Posts: 4599
Location: สิงอยู่ในบอร์ดมั้ง
Profile Offline
Quote:
-การแจกฟรี จะทำให้เราวัดคุณค่าของเราได้จริงหรือ


เง้อ เล่มนี้ไม่แจกครับ ให้กับคนที่มีผลงานในเล่มเท่านั้น (เพราะคนที่มีงานลงเสียตังค์น้อ หุหุ ถ้าเหลือก็เอาไปขาย หรือไม่ก็ให้คนที่เค้าออกตังค์เยอะ ไปซักสองเล่มสามเอาไปขายเอาเอง เหอๆๆ)

จริงๆเรื่องนี้พยายามมาหลายรอบแล้วไม่สำเร็จซักที ลองอีกซักครั้งจะเป็นไร Twisted Evil


 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 23:04 
นักเดินทาง
Joined: 20 ม.ค. 2007 19:02
Posts: 137
Location: Thai
Profile Offline
คือถ้าบอกว่าแจกคนที่วาดก็เหมือนเดิมเลยนะ
คือไม่ได้เอาไปทำอะไรต่อยอด มุ่ยว่างั้นน่อ

ถ้าบอกว่ารวมเงินกันทำเป็นพอร์ทมีคอนแท็ค
แล้วยื่นให้ตามสำนักพิมพ์หรืออื่นๆน่าจะเวิคกว่าทำแล้วแจกกันเองนะ


Last edited by meisan on 05 ก.พ. 2007 23:12, edited 1 time in total

 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 05 ก.พ. 2007 23:10 
คนพเนจร
Joined: 28 ม.ค. 2007 22:53
Posts: 22
Profile Offline
เสริมคุณมุ่ยอีกคนครับ

เพราะเคยทำมาแล้ว ขายราคาทุน มันดีนะครับ แต่ไม่โต


 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 06 ก.พ. 2007 01:09 
นักเดินทาง
Joined: 24 ธ.ค. 2006 15:45
Posts: 236
Profile Offline
item wrote:
ถ้าไม่อยากให้มันจบลงแต่ในกระทู้นี้ ลองทำ ART Book กันดูมั้ยครับ


น่าสนใจครับ Laughing


 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 06 ก.พ. 2007 01:37 
คนพเนจร
Joined: 07 ม.ค. 2007 13:05
Posts: 10
Profile Offline
ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าอาร์ทติสเป็นคนเห็นปัญหา แต่ก็ไม่น่าจะมาเป็นคนแก้ปัญหาทั้งหมด
คือเรามีความชำนาญในด้านทางศิลปะสูงอยู่ก็จริง แต่ในทางด้านอื่น เช่นธุรกิจ หรือ อื่นๆน้อยมากกก
และ เราก็ดันไม่ค่อยไว้ใจ นักธุรกิจ หรือนายทุนไปแล้วด้วยซี แบบว่ามันจ้องหาจุดอ่อนตูอยู่แน่ๆ
แต่ถ้าเรามีความคิดในแบบของเค้าด้วย ผมว่าจะทำให้กลุ่มอาร์ทติสจะแข็งแรงขึ้นมากกกกเหมือนกัน

แล้ว..จะทำไงอ่ะ นั่งพูดถกกันเองต่อไป หรือจะทำไงต่อ ผมว่าคุณก็น่าจะรู้แล้วนะ
แค่พูดเรื่องความต้องการของตลาดก็ปวดหัวแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการสร้างความต้องการของตลาดเลย
ย้ำว่าความเห็นส่วนตัวนะครับ ยังไงอยากให้ยึดประเด็นตามหัวเรื่องจะดีกว่า ??????????????????


 
 Email  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 06 ก.พ. 2007 02:00 
นักเดินทาง
Joined: 20 ม.ค. 2007 19:02
Posts: 137
Location: Thai
Profile Offline
ย้ำก่อนจะเมนต์ทุกครั้งว่าเราคนตรงๆจ้า
หวังว่าคงจะไม่โกรธกันถ้าความคิดเห็นไม่ตรงนะ

เห็นบอกว่าเสวนาก็เลยเราเลยแสดงความคิดเห็นแบบเต็มเหนี่ยวสุดๆ
ประเด็นที่ตั้งกระทู้ขึ้นมาเพื่อให้ brainstorm
ก็คือการถกกันเพื่อให้เห็นถึงปัญหารึเปล่า ??
เลยคิดว่าถ้าแสดงสิ่งที่คิดออกมาจริงๆน่าจะเป็นประโยชน์กว่าเน้อ


ประเด็นก่อนหน้านี้ที่บอกว่าศึกษาด้านสังคม ธุรกิจหรือด้านอื่นๆถ้าจะทำให้คนรุ่นหลังสบายขึ้น
เราก็เลยพูดรวมๆ คิดว่ามันเป็นปัญหาหมดแหละเวลามองน่าจะมองอะไรรอบๆด้านมากกว่า
เพราะทุกอย่างมันก็เกี่ยวพันกันหมด

เวลาแก้เราอาจจะไม่ได้เป็นคนแก้ทั้งหมด
ถ้าเราไม่เห็นหรือเข้าใจภาพรวม
แล้วเราจะปะจิ๊กซอว์เข้าได้ยังไง มันก็เหมือนกันกับจิ๊กซอว์
ถ้าเราเห็นแต่จิ๊กซอว์เป็นตัวๆ เห็นปัญหาเป็นข้อๆ แต่ไม่เห็นภาพรวม
ไม่เห็นความเกี่ยวข้องขององค์ประกอบอื่นๆโดยรวม
คือเห็นแต่ปัญหา แต่ไม่เข้าใจว่าองค์ประกอบต่างๆ
ในการที่จะทำให้เกิดงานขึ้นนั้นมีอะไรบ้าง
บางทีเราก็ควรมองโลกในมุมอื่นบ้าง ที่นอกเหนือจากมุมมองตัวเองเน้อ

ทำไมคิดแต่ในมุมมองที่ว่านายทุนมีแต่ได้กับได้
ลองมองในมุมกลับกันดูนะ
เวลาล้มนายทุนนะที่ล้ม ไม่ใช่เรา
ลองคิดในมุมมองที่นายทุนจะต้องเสียดูมั่งไหม
แล้วตอนนายทุนล้ม นายทุนเสีย สิ่งที่ทำเกิดเจ๊ง
เราได้เข้าไปแชร์ส่วนเสียหรือเปล่าหละ ก็เปล่าใช่ปะ
อาชีพนี้ไม่มีอะไรจะต้องเสี่ยง ที่ผ่านมาน่ะนะ
เราทำงานจบ ผ่านไป

สิ่งที่ผ่านมาคือเราทำงานคุ้มค่าเหนื่อยหรือเปล่าถ้าไม่คุ้ม
มันมีวิธีการไหมที่จะทำให้มาตรฐานราคาของงานมันสูงขึ้นบ้าง
หรือมีอะไรที่มันเป็นมาตรฐานมากกว่านี้หรือเปล่าในการคิดค่าตอบแทน
หรือค่าเหนื่อยของนักวาด ค่าเวลาฯลฯ ให้สมน้ำสมเนื้อกว่านี้

อย่างเช่น งานวาดปก เรามองว่า ปกนี่ถ้าเปลี่ยนไปก็ไม่อะไรมากนะ
คือสิ่งสำคัญที่คนซื้อคือข้างในมากกว่าจริงๆ
เนื่องจากเทียบจากตัวเองเวลาซื้อหนังสือ ก็อ่านข้างในมากกว่า
ปกอาจจะเป็นจุดดึงดูดเวลาซื้อก็จริงนะ
คนบางส่วนซื้อเก็บเพราะปก แต่ว่าสิ่งที่สำนักพิมพ์ขาย
คือเนื้อใน ไม่ใช่ปก ปกเป็นตัวดึงดูดเท่านั้น
แต่ก็ยอมรับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะตัดสินซื้อหรือไม่ซื้อได้เหมือนกัน
แต่มีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่าเนื้อในมาก
โอเค ตอนเราเห็นปก เราอาจจะสะดุดตาหยิบขึ้นมาดู
แต่ถ้าเราเปิดอ่านคำนำ เปิดดูเนื้อใน มันไม่ใช่ เราก็ไม่ซื้อใช่ไหม
ตรงกันข้าม ถ้าเนื้อในมันโดน ถึงปกจะเป็นยังไงเราก็ซื้อ
เพราะงั้นอัตราค่าตอบแทนมันถึงต่างกัน ยังไม่รวมถึงระยะเวลาหรืออื่นๆ
แล้วกระบวนการมันต้องผ่านอะไรบ้าง ก่อนที่จะพิมพ์ออกมาได้
มันไม่ได้ผ่านคนแค่คนเดียว ผ่านสายส่ง ผ่านกระบวนการอื่นๆ
สำนักพิมพ์ต้องเสียอะไรไปบ้าง เราต้องมองตรงนี้ด้วย
มากกว่าที่จะมองในมุมมองของตัวเอง
อย่าลืมว่าเหรียญมีสองด้านน่ะนะ
เทียบง่ายๆนะ ถ้าหนังสือดาวินซีโค๊ด เปลี่ยนปกเป็นปกอื่น คุณจะซื้อไหม
นั่นคือเหตุผลที่ทำไม นักวาดกับนักเขียนจึงอัตราค่าตอบแทนต่างกันจ้า
แล้วสำนักพิมพ์เขามีพนักงานไหม เขาก็ต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน
ต้องจ่ายค่าสายส่งร้านหนังสือ หักทีเกือบครึ่งเลยนะ 40%,35%

ทางแก้ที่บอก อยากจะสื่ออะไรเน้อ ??
artist ควรมีความคิดแบบนายทุนเหรอ??
คืออยากจะบอกว่า artist สามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ใช่ไหม??
อย่างไร??
สุดท้าย เราจะทำงานให้ใครหละ ??
ตราบใดที่ทำงาน client เราก็อยู่ในสถานะลูกจ้างหรือเปล่า??
พร้อมจะเสี่ยงหรือ??
แล้วเราต้องแลกกะอะไรมั่ง??

ไว้มาฟังคำตอบของคำถาม กับคอมเมนต์หลังๆแล้วจะมาเขียนอีกทีจ้า Smile


Last edited by meisan on 06 ก.พ. 2007 03:01, edited 10 times in total

 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 06 ก.พ. 2007 02:34 
อาจารย์ปู่
Joined: 17 ธ.ค. 2006 02:41
Posts: 2132
Profile Offline
art book นั่นก็ไม่เลวนะครับ แต่พูดตามตรงผมเชื่อว่าควักเนื้อแน่ๆ ไม่ว่าจัดประสงค์จะอะไรก็ตาม แต่ก็น่าสนใจนะครับ คิดว่าไอ้นี่เป็นแง่มุมที่ประเทศเรายังขาดอยู่
แต่ผมว่า ก่อนจะทำเราต้องเป็นกลุ่มก้อนมากกว่านี้นะครับ แบบเช่น ประมาณสมาคมอย่างที่หลายท่านพูดไปผมว่าเป็นสิ่งที่ดีเลยล่ะครับ

ผมก็มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งประมาณว่าเป็นนายทุนอยู่เหมือนกัน แต่นี่ทำการ์ด ผมก็พอจะเข้าใจความรู้สึกว่าเงินน่ะ เงินเค้าเอง และเงินมันไม่ใช่จะเสกกันได้
ตัวศิลปินก็เป็นเหมือนแค่หน่วยงานย่อยหน่วยหนึ่ง คราวนี้ปัญหาคือ ถ้าหน่วยงานนี้ทำให้การลงทุนของเขามันดีขึ้น เขาจะตอบแทนอะไรมั้ย ตรงนี้ผมคิดว่าสำคัญกว่านะครับ
มันก็จะกลับไปวนด้วยว่า ตัวศิลปินได้เงินคุ้มค่ากับคุณค่าของเขาไหม ถ้าหากว่าเขาดีจริง ้เขาได้รับในสิ่งที่เหมาะสมกับคุณภาพของเขาไหม ซึ่งอัตราส่วนนี้ในแต่ละประเทศมันไม่เหมือนกัน
แล้วผมก็เข้าใจว่าคุณสกาลพยายามที่จะเพิ่มอัตราส่วนตรงนี้ใช่มั้ยครับ ยังไงล่ะ ตั้งบริษัท ทำทุกอย่างขึ้นมาเองเลยหรอ ผลิตสินค้าออกมาเองเลยหรอ ถ้างั้นนั่นก็จะกลายเป็นอีกสตอรี่ไป

*ผมแค่ปี 2 กึ๋นยังต่ำชั้นนัก แต่ก็แค่สงสัย แหะๆ Embarassed


Last edited by BenzWon on 06 ก.พ. 2007 02:49, edited 1 time in total

 
 Email WWW  
 
 Post subject: Re: ผมว่า....เรามาเสวนากันเตรอะนะ นะ....
PostPosted: 06 ก.พ. 2007 02:47 
คนพเนจร
Joined: 28 ม.ค. 2007 22:53
Posts: 22
Profile Offline
คุณมุ่ยใส่เต็มๆเลยแฮะ...

ผมคงยังไม่เสนออะไรตอนนี้อ่ะนะ
เพราะก้เสนอไปแล้ว แต่เหมือนคนไม่สนใจ(ขำๆ) Laughing

แต่ยังไงก็จะตามกระทู้ไปเรื่อยๆละกัน

อีดิด:เสริมนิดหนึ่ง ถ้าจะทำแบบอะเดย์ ยังไงก็ต้องมีโปรเจคที่น่าสนใจพอที่คนสัก 1000 คนจะซื้อแน่ๆอ่ะนะครับ


 
 Email  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 135 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 9  Next

ขณะนี้ 09 ก.ย. 2010 21:47


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest