ย้ำก่อนจะเมนต์ทุกครั้งว่าเราคนตรงๆจ้า
หวังว่าคงจะไม่โกรธกันถ้าความคิดเห็นไม่ตรงนะ
เห็นบอกว่าเสวนาก็เลยเราเลยแสดงความคิดเห็นแบบเต็มเหนี่ยวสุดๆ
ประเด็นที่ตั้งกระทู้ขึ้นมาเพื่อให้ brainstorm
ก็คือการถกกันเพื่อให้เห็นถึงปัญหารึเปล่า ??
เลยคิดว่าถ้าแสดงสิ่งที่คิดออกมาจริงๆน่าจะเป็นประโยชน์กว่าเน้อ
ประเด็นก่อนหน้านี้ที่บอกว่าศึกษาด้านสังคม ธุรกิจหรือด้านอื่นๆถ้าจะทำให้คนรุ่นหลังสบายขึ้น
เราก็เลยพูดรวมๆ คิดว่ามันเป็นปัญหาหมดแหละเวลามองน่าจะมองอะไรรอบๆด้านมากกว่า
เพราะทุกอย่างมันก็เกี่ยวพันกันหมด
เวลาแก้เราอาจจะไม่ได้เป็นคนแก้ทั้งหมด
ถ้าเราไม่เห็นหรือเข้าใจภาพรวม
แล้วเราจะปะจิ๊กซอว์เข้าได้ยังไง มันก็เหมือนกันกับจิ๊กซอว์
ถ้าเราเห็นแต่จิ๊กซอว์เป็นตัวๆ เห็นปัญหาเป็นข้อๆ แต่ไม่เห็นภาพรวม
ไม่เห็นความเกี่ยวข้องขององค์ประกอบอื่นๆโดยรวม
คือเห็นแต่ปัญหา แต่ไม่เข้าใจว่าองค์ประกอบต่างๆ
ในการที่จะทำให้เกิดงานขึ้นนั้นมีอะไรบ้าง
บางทีเราก็ควรมองโลกในมุมอื่นบ้าง ที่นอกเหนือจากมุมมองตัวเองเน้อ
ทำไมคิดแต่ในมุมมองที่ว่านายทุนมีแต่ได้กับได้
ลองมองในมุมกลับกันดูนะ
เวลาล้มนายทุนนะที่ล้ม ไม่ใช่เรา
ลองคิดในมุมมองที่นายทุนจะต้องเสียดูมั่งไหม
แล้วตอนนายทุนล้ม นายทุนเสีย สิ่งที่ทำเกิดเจ๊ง
เราได้เข้าไปแชร์ส่วนเสียหรือเปล่าหละ ก็เปล่าใช่ปะ
อาชีพนี้ไม่มีอะไรจะต้องเสี่ยง ที่ผ่านมาน่ะนะ
เราทำงานจบ ผ่านไป
สิ่งที่ผ่านมาคือเราทำงานคุ้มค่าเหนื่อยหรือเปล่าถ้าไม่คุ้ม
มันมีวิธีการไหมที่จะทำให้มาตรฐานราคาของงานมันสูงขึ้นบ้าง
หรือมีอะไรที่มันเป็นมาตรฐานมากกว่านี้หรือเปล่าในการคิดค่าตอบแทน
หรือค่าเหนื่อยของนักวาด ค่าเวลาฯลฯ ให้สมน้ำสมเนื้อกว่านี้
อย่างเช่น งานวาดปก เรามองว่า ปกนี่ถ้าเปลี่ยนไปก็ไม่อะไรมากนะ
คือสิ่งสำคัญที่คนซื้อคือข้างในมากกว่าจริงๆ
เนื่องจากเทียบจากตัวเองเวลาซื้อหนังสือ ก็อ่านข้างในมากกว่า
ปกอาจจะเป็นจุดดึงดูดเวลาซื้อก็จริงนะ
คนบางส่วนซื้อเก็บเพราะปก แต่ว่าสิ่งที่สำนักพิมพ์ขาย
คือเนื้อใน ไม่ใช่ปก ปกเป็นตัวดึงดูดเท่านั้น
แต่ก็ยอมรับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะตัดสินซื้อหรือไม่ซื้อได้เหมือนกัน
แต่มีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่าเนื้อในมาก
โอเค ตอนเราเห็นปก เราอาจจะสะดุดตาหยิบขึ้นมาดู
แต่ถ้าเราเปิดอ่านคำนำ เปิดดูเนื้อใน มันไม่ใช่ เราก็ไม่ซื้อใช่ไหม
ตรงกันข้าม ถ้าเนื้อในมันโดน ถึงปกจะเป็นยังไงเราก็ซื้อ
เพราะงั้นอัตราค่าตอบแทนมันถึงต่างกัน ยังไม่รวมถึงระยะเวลาหรืออื่นๆ
แล้วกระบวนการมันต้องผ่านอะไรบ้าง ก่อนที่จะพิมพ์ออกมาได้
มันไม่ได้ผ่านคนแค่คนเดียว ผ่านสายส่ง ผ่านกระบวนการอื่นๆ
สำนักพิมพ์ต้องเสียอะไรไปบ้าง เราต้องมองตรงนี้ด้วย
มากกว่าที่จะมองในมุมมองของตัวเอง
อย่าลืมว่าเหรียญมีสองด้านน่ะนะ
เทียบง่ายๆนะ ถ้าหนังสือดาวินซีโค๊ด เปลี่ยนปกเป็นปกอื่น คุณจะซื้อไหม
นั่นคือเหตุผลที่ทำไม นักวาดกับนักเขียนจึงอัตราค่าตอบแทนต่างกันจ้า
แล้วสำนักพิมพ์เขามีพนักงานไหม เขาก็ต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน
ต้องจ่ายค่าสายส่งร้านหนังสือ หักทีเกือบครึ่งเลยนะ 40%,35%
ทางแก้ที่บอก อยากจะสื่ออะไรเน้อ ??
artist ควรมีความคิดแบบนายทุนเหรอ??
คืออยากจะบอกว่า artist สามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ใช่ไหม??
อย่างไร??
สุดท้าย เราจะทำงานให้ใครหละ ??
ตราบใดที่ทำงาน client เราก็อยู่ในสถานะลูกจ้างหรือเปล่า??
พร้อมจะเสี่ยงหรือ??
แล้วเราต้องแลกกะอะไรมั่ง??
ไว้มาฟังคำตอบของคำถาม กับคอมเมนต์หลังๆแล้วจะมาเขียนอีกทีจ้า
